คงจะดีไม่น้อยถ้าเราได้ยินคำอวยพรจากคนที่เรารู้จักและคุ้นเคยกัน วันนี้ก็ครบรอบ 22 ปีที่ได้เกิดมาบนโลกไปนี้ ดีใจเหมือนกันครับที่มีคนมาอวยพรเยอะแยะเต็มไปหมดบน Facebook  ทั้งรู้จัก และจำไม่ได้บ้างแต่ก็ขอขอบคุณทุกคำอวยพร

อายุ 22 แล้วจะทำอะไรต่อไปจากนี้

ตอนนี้ผมเป็นนักศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งใครๆก็คงจะรู้จักกันดี เข้ามาอยู่ในกรุงเทพก็เข้าสู่ปีที่ 3 แล้วสินะ ทำไมเวลามันผ่านไปเร็วซะเหลือเกิน เร็วจนเราลืมทำอะไรไปบางอย่างในสิ่งที่เราตั้งใจว่าจะทำก่อนที่จะเข้ามาเรียนในเมืองหลวง จนตอนนี้หากจะนับเวลาก็เหลืออีกไม่นานที่ผมจะจบการศึกษาแล้ว (คาดว่านะ)

พอถึงวันเกิดทีไร ผมมักจะกลับไปย้อนคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาหลังวันเกิดปีที่แล้ว อาการแบบนี้เชื่อวานหลายคนก็เป็นเหมือนกัน ลองนั่งคิดดูเล่นๆว่า เราได้ทำอะไรไปบ้างนะ ทำแล้วมันดีต่อตัวเราหรือปล่าว ทำแล้วมันเกิดประโยชน์กับคนอื่นบ้าง ลองนึกดูก็มักจะยิ้มปนร้องไห้ว่าทำไมมันตลกแบบนี้นะ ตอนนั้นเราทำเรื่องแบบนั้นไปได้ยังไง มีความสุขกับเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ทำให้เราคิดถึงคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต แล้วก็ผ่านเราไป

Happy Birth Day To Me – อายุเปลี่ยน คนไม่เปลี่ยน

แบบนี้สินะที่จะเรียกว่า ชีวิต

ผมออกจากบ้านตั้งแต่เรียนจบ ม.3 หนุ่มน้อยบ้านไร่ปลายนา ข้ามเทือกเขาตะนาวศรีมาเรียนต่างจังหวัด เริ่มจากเรียนที่เชียงใหม่ 3 ปี ต่อด้วยปริญญาในเมืองหลวง ตอนนี้ก็เข้าปีที่ 3 ปัจจุบันก็ยังอยู่เรียนรู้กันต่อไป ยังมีใครอีกหลายคนที่รอให้เรากลับไปกอด กลับไปอยู่ด้วย กลับไปกราบเท้าทดแทนบุญคุณ ที่ท่านได้ให้ผมทำตามความคิด ความฝัน ที่เราหวังว่าจะได้รับมันกลับไปฝากท่าน “พูดถึงคนที่บ้านทีไร น้ำตาจะไหลทุกที” ให้ท่านดีใจ เหมือนที่เราดีใจที่ได้มันมา

ขอบคุณทุกคำอวยพร ที่มอบให้เป็นของขวัญวันเกิด และผมก็ขอให้คำอวยพรเหล่านั้น เป็นจริงและขอให้คำอวยพรที่ให้มา ส่งผลดีกลับไปให้ เหมือนที่ผมมีความสุขที่ได้รับคำอวยพรด้วยนะ สำหรับค่ำคืนนี้ ราตรีสวัสดิ์