Discover

บักทึกข้อมูลที่น่าจดจำของนาย โน้ตซึ

บันทึกประสบการณ์งานขาย

0

 

กลับมานั่งบ่นในบล๊อกอีกครั้งหลังจากเริ่มงานขายมาได้ไม่ได้ ก็ไม่ถึงเวลาอำลาวงการซักที เพราะมีเหตุผลบางอย่างที่ไม่สามารถพูดถึงได้ เอาหล่ะครับ วันนี้ผมจะมาสรุปประสบการณ์ที่ได้จากการรับงาน พนักงานช่วยขาย ในครั้งนี้กัน

ก่อนอื่นต้องเล่าให้ทุกคนฟังก่อนว่าผมไม่เคยรับงานขายสินค้ามาก่อน ประสบการณ์แสนน้อยนิดที่ผมมีก็ไม่สามารถสู้คนอื่นที่เขาขายกันมานานได้ ดังนั้นยอดที่ผมได้จากการขายทั้งหมด 21 วันคือ 67,000 บาท แต่เป้านี่สิ 300,000 แหนะ มันดูเยอะมากสำหรับเด็กใหม่

(more…)

ครั้งแรกกับงาน “ขาย”

4

 

สวัสดีมิตรรักแฟนบล๊อกทุกคนครับ วันนี้เป็นวันดีนะที่จะเริ่มสิ่งใหม่ๆ ห่างหายไปหลายวันสำหรับตัวผมถึงจะสอบเสร็จแล้วแต่ก็ไม่วายที่จะทำงาน ครั้งนี้เป็นการหาประสบการณ์ใหม่ครับ เป็นงานขาย ที่หลายคนบอกว่ายาก น่าเบื่อ และขายไม่เป็น ซึ่งผมก็ขายไม่เป็น แต่คงไม่มีใครขายเป็นมาตั้งแต่เกิดใช่ไหมหล่ะครับ

ผมว่างานนี้มันต้องสนุกแน่นอน สู้กับอากาศที่ร้อน สู้กับอารมย์ ความกดดันต่างๆ อยากให้ทุกคนเดาเล่นๆ ว่าหน้าร้อนนี้ผมจะขายอะไร ผมไปรับงานที่ไหน เอาไว้ค่อยมาเล่าฝีมือการขายของผมดีกว่านะ ไม่อยากมั่นใจอะไรมาก เพราะยังเป็นมือใหม่ในงานขาย

ผู้อ่านท่านใดมีประสบการณ์ กรุณาเอ็นดูเด็กน้อยคนนี้กับงานขายหน่อยครับ ยินดีรับฟัง

คำคมวันนี้ “ขายไม่ได้ก็อดตาย ขายดีก็เหนื่อยตาย … เฮ่อ!!”

10 เหตุผลที่ไม่ติดสินใจซื้อมือถือในงาน…

11

1. ร้านคู่แข่งมีให้เลือกน้อย

2. หากจะซื้อในงาน ควรจะมีโทรศัพท์ในดวงใจไว้แล้ว

3. หากไม่ได้ต้องการโทรศัพท์ที่เปิดตัวใหม่ ก็ควรไปเดินสำรวจดูก่อน

4. โปรโมชั่นไม่สดุดตา **ข้อนี้แล้วแต่ชอบ**

5. นอกจาก IPhone แล้ว โทรศัพท์ค่ายอื่นๆ ไม่โดดเด่นซักเท่าใหร่

6. ราคาไม่อัพเดจเท่า ตลาดมือถืออื่นๆ

7. ต่อรองราคาไม่ได้ **อันนี้เรื่องใหญ่**

8. คนเยอะ มีเวลาเลือกดูน้อย เพราะมัวไปดู พริตตี้

9. ฟังคนขายไม่รู้เรื่อง ลำโพงแข่งกันดัง บางทีอาจฟังข้อความผิดเพี้ยนไปได้

10. อันนี้ของจริงครับ คือ “ไม่มีเงิน” เฮ่อ!

คำแนะนำในการไปซื้อมือในงานต่างๆ ทางที่ดี เป็นการถือโอกาสไปทดลองใช้งานเครื่องจริงจะดีกว่า เพราะแต่ละค่ายก็งัดเทคนิคการขายกันออกมาแข่งขันทำตลาด ส่วนเรื่องจะซื้อหรือไม่ค่อยว่ากันอีกที

บทเรียนชีวิต ที่แสนคุ้มค่า ?

1

จากบ้านนอกมา ตั้ง 4-5 ปี แด้ แด แด้ แด่ แด้ แด … มาจนถึงวันนี้ชีวิตก็เปลี่ยไปจากที่ดีดีอยู่แล้ว ก็กลับมาคิดว่ามันไม่ค่อยคุ้มเท่าใหร่ หากคิดในเรื่องของความสะดวกมากกว่าหากเรียนอยู่ที่บ้าน แต่อย่างไรก็เถอะ เราก็ได้ตัดสินใจเข้ามาเรียนในกรุงให้จงได้ ก่อนอื่นต้องขอเล่าประวัติคร่าวๆ

ย้อนอดีตกลับไปประมาณ 5 ปีที่แล้วผมได้มีโอกาสจบ ม.3 โรงเรียนในอำเภแ และด้วยความอยากรู้อยากลองจึงได้แบกหน้าและภาระของตัวเองไปเรียนในจังหวัดเชียงใหม่จนจบ ปวช. ตอนที่เรียนอยู่ที่นั่นด้วยความที่ตัวเองเป็นคนภาคเหนืออยู่แล้ว จึงไม่ค่อยมีปัญหาอะไรมากนัก และต่อมาก ปีกเริ่มกล้า หน้าเริ่มด้านจึงได้ออกมาตามหาความฝันของตัวเอง โดยคิดในตอนนั้นว่า อยากไปเรียนในกรุงเทพฯ

แต่แล้วตอนนี้ก็ได้เรียนมาจนอยู่ปีที่สอง ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน เมืองสวรรค์ของใครหลายคน ตอนแรกผมก็คิดเช่นนั่น แต่แล้วพอมาอาศัยอยู่ได้สักระยะ ก็เริ่มรู้สึกถึงบทเรียนที่หาที่ไหนไม่ได้จากการที่ได้มาอยู่ตัวคนเดียวในเมืองมหานคร ทำให้เราเริ่มที่จะช่วยเหลือตัวเองมากขึ้น เริ่มมองโลกที่กว้างขึ้น และเห็นการแข่งขันในเมือง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน การงาน และอื่นๆ มากมาย

จนตอนนี้ก็ได้รู้แล้วว่าการพัฒนาตนเองอยู่เสมอเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง ไม่ใช่เฉพาะคนที่อยู่ในเมืองเท่านั้นแต่รวมไปถึงคนทุกคน เพราะตอนนี้ผมก็ได้เรียนอยู่ในชั้นปีที่ 2 แล้วอีกไม่นานก็จะเข้าสู่ช่วงของการทำงานอย่างเต็มตัว หากผมยังไม่เริ่มที่จะเปิดโลกส่วนตัวให้มากขึ้น ไม่เริ่มที่จะ ผมก็คงเป็นคนไร้ซึ่งความสามารถในการนำพาตัวเองไปสู่สิ่งที่เราฝันไว้ ผมไม่อยากเป็นเช่นนั้น

หลังจากได้ตัดสินใจมาแล้ว เราก็ต้องทำให้ดีที่สุด เพราะผมคงหันหลังกลับไปไม่ได้แล้ว หากมาใช้ชีวิตที่นี้แล้วไม่มีอะไรที่ดีขึ้น มันก็คงไม่มีประโยชน์อะไร และก็คงไม่ได้ทำให้ผมมีความสุขในสิ่งที่ผมทำเป็นแน่นอน ถึงตอนนี้ผมจะยังไม่ประสบความสำเร็จทุกเรื่องที่ผมตั้งใน แต่ผมก็ขอทุ่มเท่แรงกายที่มีให้กับชีวิตที่ใช้อยู่ตอนนี้ ถึงมันจะมีปัญหาเข้ามาให้เราแก้ไขอยู่บ่อยๆ แต่มันก็ทำให้เรานั้นโตขึ้นไปอย่างมีคุณภาพ หาทางออกให้กับตัวเองได้ตลอดเวลา

จนถึงวันนี้ วันที่ผมได้มานั่งบรรจงเขียนบล๊อกของตัวเองให้ทุกคนได้อ่านกัน ผมก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนเลยก็แล้วกันครับ ไม่ว่าจะทำอะไร ก็ขอให้มี เพราะ “สติ” เป็นสิ่งที่สำคัญถึงตอนนี้ผมจะไม่มีเวลามาเขียนบ่อยครั้ง แต่วันนี้คงเป้นวันที่ผมเขียน ย๊าวๆ อีกวันหนึ่ง อ่านบ้าง ไม่อ่านบ้าง ไม่ว่ากัน แต่คอมเม้นกันบ้างก็คงรู้สึกดีไม่น้อย

ขอบคุณที่สละเวลา  ”ฝันดี”  ราตรีสวัสดิ์

ครั้งแรกที่เขียนบล๊อกผ่านมือถือ

1

image
สวัสดีสวีดัดทุกคน ห่างหายไปหลายวันเลยยะครับสำหรับผู้เขียน วันนี้เป็นวันดีอีกวันที่ได้มาจิ้มเขียนบล๊อกกัน ที่ต้องจิ้มเพราะลองทดสอบเขียนบล๊อกผ่านมือถือของผมเอง ชักเริรมชอบแล้วสิ หวังว่าผู้อ่านที่ติดตามคงได้เจอผมบ่อยขึ้น เพราะบางทีไม่มีเวลานั่งหน้าคอมพิวเตอร์ก็จะมานั่งจิ้มให้อ่านกันขำขำ แล้วจะมาบ่นอีกรอบนะ

สวัสดีปีใหม่ ที่แม่สอด – Happy New Year 2011

5

สวัสดีปีใหม่ทุกคนครับ ในที่สุดก็ได้เวลามาเขียนหลังจากปีใหม่เพิ่งผ่านไป 1 สัปดาห์ ได้เก็บภาพมาฝากกันเล็กน้อยมาดูบรรยากาศที่บ้านผมกันดีกว่า หลังจากที่ไม่ได้กลับไปนานเกือบปีที่ ไปถึงบ้านเวลาประมาณ 04.30 น. ครับ ยังมืดอยู่ นั่งรถเหนื่อยเหมือนกัน แต่อยากดูหมอกก่อน เลยดูทีวีไปจนถึง 6 โมงเช้า

ตอนเช้าๆอากาศเย็นมาก หมอกหนาในตอนเช้า อากาศแบบนี้แหละที่ฉันคุ้นเคยยิ่งหนาวยิ่งชื่นใจ มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เพราะไม่ได้กลับบ้านช่วงหน้าหนาวมานาน

แสงแดดในตอนเช้าเริ่้มสว่างจร้าขึ้น กวาดกลุ่มหมอกในตอนเช้าที่หนาแน่นเริ่มบางตาลง แต่ลมหนาวก็ยังอยู่เหมือนเดิม อากาศดีมาก หายใจโล่ง สบายใจเป็นที่ซู๊ดๆๆๆๆ ได้บรรยากาศตอนรับปีใหม่ที่สุขใจจริงๆ จากนั้น เราก็เตรียมตัวจัดงานเลี้ยงตอนรับปีใหม่ที่บ้านเพื่อนตลอดทั้งวันจนเริ่มนับถอยหลังเข้าสู่ปี 2011 อย่างเป็นทางการ และได้เก็บภาพทะเลหมอกเล็กๆบริเวณทุ่งนาหลังบ้าน

บันทึกปีใหม่ปีนี้ถึงจะเป็นเวลาเพียงไม่กี่วัน แต่ก็มีความทรงจำดีดีมากมายที่อยากจะบันทึกไว้ อาจจะเล่าเรื่องไม่เก่ง เล่าแบบข้ามไปมา ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไร สื่อออกมาไม่เก่ง แต่ผมเข้าใจของผมก็พอแล้วมั้งครับ

Go to Top